EN       TH

งานไม้จักสานอีสานใต้

  จังหวัดนครพนม   จังหวัดมุกดาหาร
  จังหวัดยโสธร   จังหวัดร้อยเอ็ด
  จังหวัดศรีสะเกษ   จังหวัดสุรินทร์
  จังหวัดอำนาจเจริญ   จังหวัดอุบลราชธานี

เครื่องจักสาน

          เครื่องจักสานเป็นงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีหลักฐานความเป็นมาเก่าแก่ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ควบคู่มากับเครื่องปั้นดินเผา ต่างกันเพียงแต่เครื่องจักสานนั้นผุพังได้ง่ายกว่า จึงไม่ปรากฏหลักฐานเหลือให้เห็นมากเหมือกับเครื่องปั้นดินเผา
          จากหลักฐานโบราณคดี บ่งชี่ว่ามนุษย์สมัยก่อนประวัตศาสตร์ สามารถทำเครื่องจักสานตั้งแต่ยุคหินกลาง เมื่อหลายหมื่นปีมาแล้ว หลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งที่ระบุว่ามนุษย์สมัยนั้นมีการทำเครื่องจักสานแล้วคือ ภาชนะดินเผาชิ้นหนึ่งซึ่งมีอายุประมาณ ๔๐๐๐ ปี ค้นพบที่บริเวณบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ที่บริเวณผิวรอบนอกมีรอยของลายจักสานโดยรอบ ส่วนที่บริเวณถ้ำแห่งหนึ่ง ในอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี มีการค้นพบเศษเครื่องจักสานไม้ไผ่เป็นลายขัดสองเส้น อายุราว ๔๐๐๐ ปี วางอยู่ใกล้กับโครงกระดูกมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ยุดหินใหม่
          เครื่องจักสานมรความสำคัญมาช้านานแล้ว ดังสะท้อนให้เห็นอยู่ในตำนานเรื่องพระร่วง ซึ่งกล่าวถึงเครื่องสานที่พระร่วงสร้างขึ้นไว้ใส่น้ำ โดยสานเป็นตาถี่ๆ แล้วยาภายในรอบด้วยชัน ไม่ให้น้ำซึมรั่ว เรียกว่า ชะลอม นอกจากนั้นยังมีหลักฐานอื่นๆที่ปรากฏเรื่องราวของเครื่องสาน อาทิ ภาพจิตรกรรมฝาผนังตามวัดวาอารามหลายแห่ง หรือภาพเขียนบริเวณหน้าผาริมน้ำโขงที่บ้านกุ้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นภาพสัตว์และเครื่องมือสำหรับจับสัตว์น้ำในลำน้ำโขง
          เมื่อมีการนำวัตถุดิบธรรมชาติมาทำเครื่องจักสานนั้น มนุษย์ค่อยๆเรียนรู้คุณสมบัติของวัตถุดิบ แล้วเลือกสรรดัดแปลงให้มีลักษณะเหมาะสมในกรนำมาสาน เช่น การนำไม้ไผ่มาผ่าเป็นชิ้นๆ ซึ่งเรียกชิ้นไม้ไผ่บ่างๆนี้ว่า ตอก เมื่อได้ตอกแล้วจึงนำตอกมาสาน เป็นเครื่องจักสานให้มุรูปแบบตามความต้องการ การจักหรือการทำไม้ไผ่เป็นตอกแล้วนำตอกไปสานเป็นภาชนะเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆเป็นขั้นตอนสำคัญ จึงเรียกหัตถกรรมที่ทำขึ้นด้วยกรรมวิธีนี้ว่า เครื่องจักสาน
          เครื่องจักสานเป็นงานฝีมือพื้นบ้านที่มีความเกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตไทยมานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิถีชีวิตชาวชนบทในสังคมเกษตรกรรม เพราะจักสานเป็นเครื่องมือที่ทำได้ไม่ยาก และวัสดุสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นทั่งทุกภาค นอกเหนือจากประโยชน์ใช้สอยแล้ว เครื่องจักสานหลายประเภท ยังสะท้อนความคิดความเชื่อ ขนบประเพณีของกลุ่มชนนับตั้งแต่เกิดจนตายได้เป็นอย่างดี
          เมื่อแรกเกิด คนไทยในชนบทโบราณจะคลอดทารกลงบนพื้นที่ทำด้วยไม้ไผ่สับให้แตกแล้วเรียงแผ่เป็นพื้นเรือน ซึ่งเรียกพื้นเรือนแบบนี้ว่า ฟาก เวลาที่เด็กเกิดมาจึงเรียกว่า เวลาตกฟาก ปัจจุบันแม้บ้านเรือนได้รับการพัฒนาเป็นเรือนไม้ หรือปูน หรือแม้กระทั้งคนปัจจุบันส่วนใหญ่จะเกิดในโรงพยาบาล แต่คนไทยก็ยังเรียกเวลาแรกเกิดว่า ตกฟาก เช่นสมัยโบราณอยู่
          หลังคลอด หมอตำแยจะทำพิธีร่อนกระด้ง ทารกจะถูกนำมานอนในกระด้งแล้วกระแทกเบาๆบนพื้นพอเป็นพิธีเพื่อให้เด็กตกใจร้องไห้ เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้ทารกเมื่อถูกอุ้มหรือวางในครั้งต่อๆไป กระด้งบางชิ้นคลุมด้วยร่างแหที่เชื่อว่าจะช่วยป้องกันผีร้ายไม่ให้ทำอันตรายเด็ก กระด้งจึงเป็นเครื่องสานอีกชนิดที่สัมผัสกับชีวิตคนไทยตั้งแต่แรกเกิด
          วัสดุที่นิยมนำมาใช้จักสานมากที่สุดได้แก่ไม้ไผ่ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในทุกภาคของประเทศ นอกจากนั้นก็ยังมีวัสดุอื่นๆที่นำมาทำเครื่องจักสานได้ดีอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นหวาย ซึ่งมักจะถูกใช้ประกอบทำเป็นเครื่องผูกเครื่องจักสานอื่นๆ แต่ก็มีการนำเอาหวายมาจักสานโดยตรงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีกก ทั้งกกกลมและหกเหลี่ยม รวมทั้งไม้ตระกูลเดียวกับกก ซึ่งเรียกว่า กระจูดที่มีมากทางภาคใต้โดยเฉพาะที่จังหวัดพัทลุง ก็สามารถนำมาใช้จักสานเป็นภาชนะต่างๆ นอกจากใช้ต้นหรอเถาของพืชแล้ว เรายังนำใบไม้บางชนิดมาจักสานได้ด้วย เช่น ไม่ในตระกุลปาล์ม อาทิ ใบตาล และใบลาน หรือกระทั่งต้นลำเจียก หรือปาหนัน ที่ชอบขึ้นตามชายทะเลในหลายจังหวัดทางภาคใต้บรรพบุรุษไทยก็รู้จักนำมาจักสานเป็นเครื่องใช้ต่างๆมานานปีแล้ว
          เครื่องจักรสานอาจแบ่งเป็นประเภทต่างๆตามลักษณะการใช้สอย เช่น เครื่องจักสานที่ทำเพื่อเป็นภาชนะใช้ในครัวเรือน เป็นเครื่องมือในการดำรงชีพ เช่น เครื่องดักจักหรือจับสัตว์ รวมทั้งเครื่องจักสานที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อ ขนบประเพณีและวัฒนธรรม
          เครื่องจักรสานประเภทต่างๆในแต่ละท้องถิ่น ล้วนมีความหลากหลายในรูปแบบ แม้บางชิ้นจะมีบทบาทการใช้สอยเหมือนกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาให้สอดคล้องกับสภาพท้องถิ่น คตินิยมในการสร้างความเชื่อ ตลอดจนวัสดุที่มีความหลากหลายแตกต่างกัน
          สภาพการประกอบวิชาชีพด้านเกษตรกรรม ทำให้ภาคเหนือเป็นแหล่งผลิตเครื่องมือใช้จักสานที่สำคัญ วัฒนธรรมการบริโภคข้าวเหนียวของชาวเหนือ ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้เกิดเครื่องจักสานที่เกี่ยวเนื่องกับการบริโภคข้าวเหนียวหลายอย่าง เช่น ลังถึง ก๋วย ซ้าหวด ก่องข้าว กระติบข้าว แอบข้าว ขันโตก ฯลฯ เครื่องจักสานเหล่านี้หลายชนิดมีลักษณะเฉพาะถิ่นโดดเด่น ได้แก่ ก่องข้าว แอบข้าว เบี้ยด เป็นต้น
          ภาคอีสานเป็นภาคที่มีพื้นที่กว้างใหญ่คลอบคลุมหลายจังหวัด วิถีชีวิตเกษตรกรของคนอีสานจะผูกพันธ์กับสายน้ำสำคัญของภาคอยู่ ๔ สาย คือโขง , สงคราม, ชี และมูล เครื่องจักสานของอีสานที่โดดเด่นจึงมักเกี่ยวข้องกับการทำมาหากิน โดยเฉพาะการหาปลา เครื่องมือหาปลาที่เป็นเครื่องจักสานของชาวอีสาน มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่น เช่น ตุ้มยืน ซึ่งมีขนาดใหญ่ยักษ์ บางหมู่บ้านทำตุ้มยืนสูง ๓-๔ เมตรก็มี แม้ว่าคนอีสานจะบริโภคข้าวเหนียวเหมือนกับคนภาคเหนือก็ตาม แต่เครื่องจักสานที่เกี่ยวเนื่องกับการบริโภคข้าวเหนียวของคนอีสานที่มีลักษณะเฉพาะตนที่ต่างไปจากภาคเหนือ ถึงแม้จะใช้ประโยชน์ในการใส่ข้าวเหนียวเช่นเดียวกันก็ตาม อาทิ ก่องข้าว และกระติบ
          กล่าวได้ว่าเครื่องจักสานถูกสร้างขึ้นมาจากวัสดุในท้องถิ่น เพื่อรับใช้ชีวิตในสังคมชนบทตลอดมา นับแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ทั้งในด้านแระเพณีและความเชื่อของท้องถิ่น แม้ปัจจุบันเครื่องจักสานจะได้รับการประยุกต์ไปบ้างให้มีความเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมก็ตาม


การพัฒนาผลิตภัณฑ์จักสาน

เครื่องจักสาน งานหัตถกรรมพื้นบ้านของไทย           เครื่องจักสาน เป็นงานหัตถกรรมของชาวบ้านที่มีการสืบทอดต่อกันมาแต่โบราณ สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นงานที่เกิดจากกระบวนการจักสาน โดยคำว่า จัก เป็นลักษณะของการนำวัสดุประเภทลำเช่น ไม้ไผ่ หวาย คล้า เตย ผือ ไหล เครือไม้ และอื่นๆ มาจักเป็นเส้นด้วยมีดจักตอก จากนั้นจึงนำเส้นตอกที่ได้จากการจักมา สาน ด้วยลายสานต่างๆ จนเกิดเป็นรูปทรงสิ่งของเครื่องใช้ ด้วยกรรมวิธี 2 อย่าง ทำให้เกิดเป็นชื่อเรียกที่ติดปากกันทั่วไปว่า เครื่องจักสาน แม้ว่าในปัจจุบันผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจจะไม่ได้ผ่านขั้นตอนของการ จัก เป็นเพียงการเหลาแล้วนำมาสานเลยหรือไม้ต้องทำอะไรกับวัสดุนั้นเลย เป็นเพียงการนำมาสาน เราก็ยังเรียกสิ่งของนั้นว่า เครื่องจักสาน ตามความเคยชินที่มีมาแต่อดีต
          หากเราสืบสานตำนานเครื่องจักสานที่มีในโลกใบนี้ เราจะพบว่า เครื่องจักสานมีการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์มาแต่โบราณ ครอบคลุมไปทั่วประเทศ แต่ที่มีมากที่สุดก็คือ แถบทวีปเอเชีย ด้วยเหตุที่ภูมิประเทศและภูมิอากาศ ทำให้เกิดวัสดุที่มีความเหมาะสมกับงานจักสานมากมาย โดยเฉพาะไม้ไผ่และหวาย แต่เมื่อพิจารณาถึงรูปแบบเครื่องจักรสานก็จะพบว่า แต่ละแห่งมีรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันซึ่งเป็นไปตามลักษณะของความจำเป็นในการใช้สอย ลายสานมีเหมือนกันบ้าง แตกต่างกันบ้าง ตามความละเอียด ประณีตสวยงาม ถูกสร้างสรรค์ตามค่านิยมเฉพาะถิ่น เรียกว่า งามคนละแบบ ตามสไตล์ของแต่ละชนชาติ วัสดุที่ใช้ในการผลิตก็จะมีการผสมผสานตามความเหมาะสม สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากภูมิปัญญาที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษของแต่ละชนชาติ ชนรุ่นหลังที่สืบทอดก็จะมีการปรับเปลี่ยนพัฒนาไปบ้างตามความต้องการในการใช้สอยของแต่ละยุค วัสดุที่เคยใช้ในอดีตบางอย่างก็อาจถูกทดแทนด้วยวัสดุอื่นไปบ้าง ด้วยเหตุผลที่เริ่มหายากและมีวัสดุทางเลือกที่มีการสังเคราะห์ขึ้นใหม่ สามารถนำมาใช้ทดแทนกันได้ อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของเครื่องจักสานก็เป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของโลกและยังคงอยู่ได้ ตราบใดที่มนุษย์ยังทำมาหากินแบบอิงธรรมชาติอยู่
          ปัจจุบันในวงการเครื่องจักสานมีคำอยู่ 3 คำ ที่ผู้รักและผู้ใช้เครื่องจักสานควรทราบ คือ คำว่า เครื่องจักสานในวิถีชีวิต เครื่องจักสานร่วมสมัย และเครื่องจักสานตามสมัยนิยม
          1.เครื่องจักสานในวิถีชีวิต เป็นเครื่องจักสานที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่น พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นเครื่องจักสานที่ขาดไม่ได้ หากไม่มีแล้ว ไม่รู้จะใช้อะไรทดแทนได้ เช่น หวดนึ่งข้าวเหนียว กระด้ง กระติบข้าวเหนียว ข้อง อุปกรณ์ดักจับสัตว์น้ำชนิดต่างๆ กะต่า (ตะกร้า) และอื่นๆ เครื่องจักสานประเภทนี้อาจจำแนกได้หลายประเภท เช่น เครื่องจักสานที่ใช้ในครัวเรือน เครื่องจักสานในพิธีกรรมและความเชื่อ เครื่องจักสานในการประมง เครื่องจักสานในการเกษตรกรรม เครื่องจักสานเกี่ยวกับที่พักอาศัย ปัจจุบันเครื่องจักสานในวิถีชีวิตยังคงเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไป บางอย่างแม้ว่าจะเคยมีการคิดค้นวัสดุอื่นทดแทน แต่ก็ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการใช้เครื่องจักสานในชุมชนได้ ด้วยเหตุที่ราคาถูก คุณสมบัติการใช้งานที่ดีและเหมาะสม สามารถผลิตได้โดยทั่วไป และที่สำคัญคือ เครื่องจักสานเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
          2.เครื่องจักสานร่วมสมัย ด้วยเหตุที่วิถีชีวิตของมนุษย์ถูกแยกด้วยสภาพความเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน เกิดชุมชนเมือง และชุมชนท้องถิ่น ซึ่งในชุมชนท้องถิ่นยังคงมีรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบดั้งเดิม แต่ชุมชนเมืองเป็นรูปแบบของการดำเนินชีวิตที่ได้รับอิทธิพลจากโลกไร้พรมแดน รับกระแสความเจริญมาจากหลายประเทศ มีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น มีความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นรูปแบบสากล แม้ว่าโลกของชุมชนเมืองจะทำให้ความสำคัญกับสิ่งของเครื่องใช้สมัยใหม่ กระแสความต้องการของใช้จากวัสดุธรรมชาติก็ยังคงอยู่ ดังนั้น การปรับใช้ระหว่างสิ่งของเครื่องใช้จากวัสดุธรรมชาติกับสิ่งของสมัยใหม่จึงเกิดขึ้น การออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานให้กับผู้คนที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตในชุมชนเมืองจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีการคิดค้นขึ้นมาใหม่ เราเรียกเครื่องจักสานที่ตอบสนองคนที่อยู่ในชุมชนเมืองหรือสังคมเมืองนี้ว่า เครื่องจักสานร่วมสมัย เพราะสิ่งที่เราคิดค้นขึ้นเป็นการนำสิ่งที่เป็นภูมิปัญญาในอดีต รูปแบบ รูปทรง ลวดลาย สี มาประยุกต์ใช้งานเพื่อให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้สอยในรูปแบบใหม่ เป็นความร่วมสมัยระหว่างสิ่งเก่าและสิ่งใหม่ ทำให้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ได้รำลึกถึงรากเหง้าความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ โดยรูปแบบผลิตภัณฑ์นี้สามารถพบเห็นได้ทั่วไป เช่น โคมไฟ กล่องกระดาษทิชชู ตะกร้าใส่ผ้า แจกัน กล่องต่างๆ เป็นต้น
          3.เครื่องจักสานตามสมัยนิยม เป็นการพัฒนาเครื่องจักสานในรูปแบบ Modern เน้นความทันสมัยโดยยึดกระแสความต้องการของผู้บริโภคเป็นสำคัญ รูปแบบไม่จำเป็นต้องยึดติดกับรูปแบบดั้งเดิม ผู้ออกแบบสามารถสร้างสรรค์งานจักสานได้อย่างอิสระ ทั้งด้านการสร้างสรรค์รูปทรง ลายสาน การผสมผสานวัสดุอื่นๆ งานจักสานในลักษณะนี้จะเป็นที่ถูกใจของคนนานาชาติ ที่ต้องบอกว่า นานาชาติ เพราะลักษณะงานไม่ได้บ่งบอกว่ารูปแบบลักษณะผลิตภัณฑ์มาจากวัฒนธรรมของชนชาติใด เป็นรูปแบบของการสนองตอบความต้องการที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร โดยอาศัยกระบวนการผลิตแนวใหม่ ตัวอย่างที่พบเห็นโดยทั่วไป เช่น งานเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์สำหรับงานตกแต่งอาคารสถานที่ โคมไฟ และอื่นๆ
          เครื่องจักสานเป็นงานที่สามารถตอบสนองได้สำหรับคนทุกระดับ ทุกสังคม และด้วยเหตุที่คนมีค่านิยมในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน การพัฒนาเครื่องจักสานจึงสามารถกระทำได้ทุกรูปแบบ ความสำคัญของการพัฒนาเครื่องจักสานจึงอยู่ที่ การเลือกกลุ่มผู้บริโภค หากจะพัฒนาเพื่อคนกลุ่มใด คงจำเป็นต้องศึกษาพฤติกรรมและค่านิยมของคนกลุ่มนั้น


การวิเคราะห์กลุ่มผู้ผลิตเครื่องจักสานของไทยในปัจจุบัน

จากสถานการณ์ในปัจจุบันการผลิตเครื่องจักสานของไทย พบว่า กลุ่มผู้ผลิตมีอยู่ 3 ลักษณะ ดังนี้ คือ
          1.กลุ่มผู้ผลิตในเชิงอนุรักษ์  ส่วนใหญ่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ผลิตงานหัตถกรรมเครื่องจักสานมาแต่อดีต ลักษณะงานเป็นแบบดั้งเดิมทั้งรูปทรง ลายสาน ตลอดจนวัสดุที่ใช้ในการผลิตเป็นเครื่องจักสานในวิถีชีวิต ปัจจุบันนับวันจะเหลือผู้จักสานงานลักษณะนี้น้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะงานฝีมือแบบเดิมจะเน้นความประณีต เป็นการผลิตเพื่อการใช้สอยในครัวเรือน ไม่ใช่การผลิตเพื่อจำหน่าย ต่อมาเมื่อมีการผลิตเพื่อจำหน่าย ราจึงไม่สัมพันธ์กับความยุ่งยากในการผลิต ดูจะไม่คุ้มค่ากับการผลิตจำหน่าย ทำให้ไม่มีคนรุ่นหลังที่จะเรียนรู้และสืบทอด งานดังกล่าวจึงเริ่มจะหดหายไป กับผู้ผลิตซึ่งปัจจุบันกลายเป็นผู้สูงอายุ จากข้อมูลที่สำรวจได้ในปี พ.ศ. 2551 เฉลี่ยอายุผู้จักสานงานแบบโบราณ จะมีช่วงอายุประมาณ 60 – 80 ปี ไม่มีผู้สืบทอดงานฝีมือ
          2.กลุ่มผู้ผลิตในเชิงธุรกิจครัวเรือน  ในกลุ่มนี้อาจมีชื่อเรียกเป็นกลุ่มอาชีพ กลุ่ม OTOP กลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาใน 2 ลักษณะคือ 1) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในวิถีชีวิตประจำวัน เช่น กระติบข้าวเหนียว กระด้ง ตะกร้า ข้อง กระจาด พัด(วี) และอื่นๆ 2) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามกระแสความนิยม/ร่วมสมัย โดยใช้ความรู้พื้นฐานที่เคยผลิตได้ในอดีตมาคิดค้นเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเกิดจากการฝึกอบรม การศึกษาดูงานระหว่างชุมชนและการได้รับคำแนะนำจากนักออกแบบ เช่น บรรจุภัณฑ์จักสานกล่องอเนกประสงค์ โคมไฟ แจกัน และอื่นๆ
          3.กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายเดียว มีทั้งผู้ประกอบการขนาดย่อม SME และผู้ประกอบการขนาดกลาง ในกลุ่มนี้ ผู้ผลิตจะเน้นศึกษาความต้องการทางด้านการตลาดเป็นสำคัญ ลูกค้าในแต่ละประเทศจะมีพฤติกรรมค่านิยมในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างกัน ดังนั้นผู้ผลิตจำเป็นต้องมีการศึกษา คิดค้น ทั้งวัสดุ และการผลิตอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา รูปแบบผลิตภัณฑ์จึงเน้นความหลากหลาย สีสันตามกระแสนิยม ประโยชน์ใช้สอยตามความต้องการของลูกค้า กลุ่มผู้ผลิตในกลุ่มนี้จะเน้นการยกระดับงานฝีมือให้แตกต่างจากที่ชาวบ้านผลิตโดยทั่วไป มีความแปลกใหม่ นอกจากลูกค้าต่างประเทศจะสนใจในการสั่งซื้อแล้ว คนไทยด้วยกันเองก็ยังให้ความนิยมในการซื้อสะสม หรือนำมาใช้ในการตกแต่งเพื่อยกระดับอาคารสถานที่
          จากผลของการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตเครื่องจักสานของคนทั้ง 3 กลุ่ม ส่งผลให้รูปแบบของผลิตภัณฑ์และการใช้สอยแปรเปลี่ยนไปตามวัตถุประสงค์ในการผลิต คือ การผลิตเพื่อใช้งานตามความจำเป็นของมนุษย์ การผลิตเพื่อย้ำเตือนความรู้สึก และการผลิตเพื่อตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกในการใช้สถานที่ลักษณะงานจึงเป็นทั้งประเภทของใช้ ของที่ระลึกและของตกแต่ง หากดูในภาพรวมจะพบว่า ทั้ง 3 กลุ่มผู้ผลิต กลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดคือ กลุ่มผู้ผลิตในเชิงธุรกิจครัวเรือน ประมาณ ร้อยละ 20 และกลุ่มผู้ผลิตเพื่อการส่งออก ประมาณร้อยละ 10 ซึ่งดูเหมือนว่ากลุ่มที่ทุกคนอยากจะไปถึงคือ การผลิตเพื่อการส่งออก เพราะเชื่อว่าจะสามารถสร้างรายได้ที่ดีกว่า แต่กลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ กลุ่มผู้ผลิตในเชิงอนุรักษ์ เพราะนับวันจะลดน้อยลง จากข้อมูลเป็นที่เชื่อได้ว่าอีก 10 ปี ข้างหน้า กลุ่มนี้อาจจะหมดไปตามกาลเวลา หากไม่มีวิธีการที่ดีในการจัดระบบการสืบทอดภูมิปัญญา


ทิศทางการพัฒนาเครื่องจักสานในไทย

          จากข้อมูลทางการตลาดพบว่า กระแสความนิยมในการใช้วัสดุจากธรรมชาติมีมากขึ้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น การรักษาสิ่งแวดล้อม กระแสรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน พิษภัยจากการใช้วัสดุเคมี/วัสดุสังเคราะห์ เป็นต้น ดังนั้นการบุกตลาดเครื่องจักสานจึงเป็นไปได้ไม่ยากนัก ความสำคัญจึงอยู่ที่การพัฒนารูปผลิตภัณฑ์ให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานในวิถีชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน และการแก้ปัญหาข้อจำกัดต่างๆ จากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งในการพัฒนานี้ควรใช้จุดเด่นของเครื่องจักสานไทยให้เป็นประโยชน์ด้วย ในการนี้ผู้เขียนขอเสนอแนวทางการพัฒนาเครื่องจักสานโดยอิงข้อมูลที่ได้ จากการศึกษาตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานปัจจุบัน ใน 3 วิธีการ ดังนี้ คือ
          1.การเลือกใช้จุดเด่นของวัสดุ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีวัสดุคุณสมบัติดีในการผลิตงานจักสานหลายชนิด เช่น หวาย คล้า กก ผือ ไหล เตยหนาม ธูป หญ้า (บางสายพันธุ์) เถาวัลย์ และไม้ไผ่ ที่มีความหลากหลายชนิด พืชเหล่านี้มีการนำมาใช้งานจักสานอย่างยาวนานตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่ละชนิดจะมีจุดเด่น จุดด้อย ต่างกัน มีความงามตามธรรมชาติต่างกัน วัสดุเหล่านี้มีการนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันน้อยมากหากมีการศึกษาทดลองการประยุกต์ใช้โดยอาศัยจุดเด่นต่างๆ จะสามารถสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่ สนองตอบต่อความต้องการทางการตลาดในปัจจุบันได้
          2.การพัฒนากระบวนการผลิต ด้วยเหตุที่การผลิตเครื่องจักสานมีความสำคัญอยู่ 3 ส่วน คือ 1) วัสดุที่ใช้ในการผลิต มีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 4 ส่วน คือ ขนาดความยาวของเส้นตอก หน้ากว้างของเส้นตอก การโค้งงอหรือยืดหยุ่นของเส้นตอก และความแข็งแรงทนทานของเส้นตอก 2) การสาน ถือว่า เป็นส่วนสำคัญในการขึ้นรูปทรง หากผู้สานเรียนรู้ลายสานที่จำกัด ก็จะส่งผลให้สร้างลายสานได้จำกัดตามไปด้วย 3) การสร้างความงาม เครื่องจักสานจะน่าใช้งานเมื่อมีความประณีตสวยงาม มีสีสัน ตามความนิยมของผู้ใช้งาน การสร้างสรรค์ความงามจำเป็นต้องอาศัยความรู้ทางศิลปะช่วยให้เกิดความงาม ด้วยปัจจัย 3 ส่วน ของการผลิต ซึ่งต้องพิถีพิถันทุกขั้นตอน ผู้ผลิตจึงจำเป็นต้องศึกษาปัจจัยทั้งหมดให้เข้าใจจึงจะเกิดการพัฒนาได้ ในการนี้พบว่า ปัจจุบันมีภูมิปัญญาชาวบ้านที่เก่งในเรื่องต่างๆ นี้อยู่อย่างกระจัดกระจายในชุมชนต่างๆ หากมีระบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จะสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
          3.การพัฒนารูปแบบโดยอาศัยอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น วิธีการพัฒนาแบบนี้จะเป็นการพัฒนาที่ทำได้เร็ว จากการศึกษาพบว่า งานหัตถกรรมเครื่องจักสานที่อยู่ในวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีการผลิตมาแต่โบราณมีความหลากหลายทางด้านรูปทรงค่อนข้างมากวิธีการสานและการขึ้นลาย รูปทรง ลายสาน โดยวิธีการปรับเปลี่ยนรูปทรงบางส่วน พัฒนาลายสานให้มีความสวยงามเหมาะสม จะสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้และเมื่อมีการก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้งานในรูปทรงใหม่ จะทำให้ผู้ผลิตสามารถคิดค้นพัฒนาขยายรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย สอดคล้องกับสภาวะความต้องการทางตลาดอย่างมีคุณค่าได้ ด้วยแนวทางการพัฒนาข้างต้นเชื่อว่าการพัฒนาเครื่องจักสานของไทย จะสามารถสร้างมิติใหม่ในการพัฒนาได้